ชมรมวิ่งเข้มแข็ง
พลตรี ธงชัย ตระสินธุ์
ประธานชมรมวิ่งแข่งขันสวนน้ำบุ่งตาหลั่ว
ประธานเครือข่ายชมรมวิ่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
การจัดกิจกรรม เดิน – วิ่ง สมาธิ วิสาขะ พุทธบูชา ของสมาพันธ์ชมรมวิ่งเพื่อสุขภาพไทยในวันพฤหัสบดีที่ 31 พฤษภาคม 2550 นี้ เป็นการจัดติดต่อกันเป็นปีที่ 6 ต้องย้อนกลับไปเมื่อการจัดครั้งที่ 1 ในปีพุทธศักราช 2545 เมื่อสมาพันธ์ชมรมวิ่งเพื่อสุขภาพไทยเริ่มก่อตั้ง มี นายแพทย์ อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม เป็นประธานกรรมการสมาพันธ์ชมรมวิ่งเพื่อสุขภาพไทยคนแรก ท่านมีแนวความคิดว่า ประเทศไทยเป็นเมืองพุทธ ประชาชนส่วนใหญ่เป็นพุทธศาสนิกชน พวกเราในฐานะพุทธมามก จะทำอะไรได้บ้าง เพื่อเป็นการเชิดชูพระศาสนา พวกเราเป็นองค์กรเกี่ยวกับกีฬาต้องเอากีฬาไปให้เข้ากับศาสนาให้ได้ โครงการ เดิน – วิ่ง สมาธิ วิสาขะพุทธบูชาจึงได้เริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่บัดนั้น โดยร่างโครงการไปขอรับการสนับสนุนจากกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดโครงการไปเกือบทุกจังหวัดในประเทศไทย ปฏิบัติพร้อมกันในวันวิสาขะบูชา พุทธศาสนิกชนไม่เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้นที่มีความชื่นชม โสมนัส ข่าวเผยแพร่ไปทั่วโลกในเรื่องการกีฬากับศาสนาไปด้วยกันได้อย่างดี เมืองพุทธอื่น ๆ ต้องขอเข้ามาศึกษาเพื่อนำไปจัดกิจกรรมทำพิธีเช่นนี้ที่ประเทศตนเองบ้าง
ผู้เขียนในขณะนั้นได้สมัครเป็นกรรมการสมาพันธ์ชมรมวิ่งเพื่อสุขภาพไทย อาสาจัดกิจกรรมที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นภูมิลำเนา เนื่องจากเป็นการจัดครั้งแรก ไม่มีรูปแบบให้เป็นตัวอย่าง และการจัดครั้งนี้จัดในกลางเมืองด้วย ต้องระดมความคิดเห็นจากสมาชิกในชมรมวิ่ง และประสานกับจังหวัดให้เป็นเจ้าของงาน เชิญผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานกรรมการ และตัวผู้เขียนเป็นเลขานุการดำเนินงาน จากความร่วมมืออย่างดียิ่งทุกภาคส่วน ทำให้การจัดกิจกรรมครั้งนั้น ลุล่วงไปด้วยดี ยังมีปัจจัยเหลือบำรุงวัดอีกหลายหมื่นบาท ส่วนการจัดครั้งที่ 2 ถึงครั้งที่ 5 นั้น เนื่องจากได้ลาออกจากการเป็นกรรมการสมาพันธ์ชมรมวิ่งฯ สาเหตุเนื่องจากมีงานราชการรัดตัวมาก จึงไม่ทราบว่าได้ดำเนินการอย่างไรบ้าง
เมื่อปี 2550 ผู้เขียนได้หวนกลับมาเป็นกรรมการสมาพันธ์ชมรมวิ่งฯ อีกครั้งหนึ่ง และเป็นประธานเครือข่ายในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นคนกลางประสานระหว่างสมาพันธ์ชมรมวิ่งฯ และชมรมวิ่งเครือข่ายภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การจัดงาน เดิน – วิ่ง สมาธิวิสาขะพุทธบูชาครั้งที่ 6 นี้ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีจัดกิจกรรม เดิน – วิ่ง สมาธิฯ 14 จังหวัด คือ จังหวัดขอนแก่น หนองคาย เลย หนองบัวลำภู กาฬสินธุ์ นครพนม มุกดาหาร มหาสารคาม ชัยภูมิ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ สุรินทร์ และจังหวัดนครราชสีมา 20 สนาม จังหวัดที่จัดหลายสนามคือ นครราชสีมา 3 แห่ง หนองบัวลำภู 3 แห่ง ขอนแก่น 2 แห่ง นครพนม 2 แห่ง ยอดเสื้อและเหรียญที่สมาพันธ์ชมรมวิ่งฯ แบ่งให้ไป 20,000 ตัว และเหรียญ 20,000 เหรียญ ตามลำดับ ความจริงนั้นมียอดความต้องการเดิมจำนวนอีกหลายพันตัว จึงต้องเฉลี่ยให้กับภาคอื่น ๆ ด้วย
จากการได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปสัมผัสกับชมรมวิ่งเจ้าของโครงการเอง ในพื้นที่ ใช้ยานพาหนะ ส่งอุปกรณ์การวิ่ง 1 รอบ และส่งเหรียญที่ระลึกอีก 1 รอบ ภาคอิสาน 2 รอบ 4,000 กว่ากิโลเมตร ความมุ่งหมายเพื่อไปสัมผัสพื้นที่ ทำความคุ้นเคยกับประธานและเจ้าหน้าที่ชมรมวิ่งในเครือข่าย จากการติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์ ทางเอกสารบ้าง ทำให้ทราบปัญหา ข้อที่ควรปฏิบัติให้กิจกรรมสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี สรุปมาประมวลเป็นแผนบทเรียน หรือแผนการปฏิบัติในคราวต่อ ๆ ไป ทราบมาว่า สสส. มีงบประมาณน้อยลง อาจมาจากการรณรงค์การสูบบุหรี่ การดื่มสุรา ได้ผลมีผู้เสพย์และดื่มน้อยลง เงินภาษีที่ได้รับการแบ่งสรรมาน้อยลงไปด้วย หากชมรมวิ่งในพื้นที่จะจัดกิจกรรม เดิน – วิ่ง สมาธิ อย่างที่เคยจัดงบประมาณที่ได้จะไม่เหมือนเดิม ต้องพึ่งตนเอง หาวิธีการดำรงโครงการที่ดี ๆ เช่นนี้ อยู่ในพื้นที่ของเราให้ได้ ข้อเขียนต่อไปนี้จึงเป็นกลยุทธวิธีการหรือตัวอย่างที่จะต้องนำไปประยุกต์ หรือเพิ่มเติม เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ทางทหารเขากล่าวว่า “ต่างพื้นที่ ต่างสมรภูมิ ต่างการรบ” จะใช้วิธีการแบบเดียวกันไม่ได้ จะต้องไปหยิบยกวิธีการที่ดีที่สุดขึ้นมาปฏิบัติ จึงจะประสบชัยชนะได้ อ่านเก็บไว้เป็นแนวทาง ท่านผู้ใดที่มีแนวทางที่ดี ๆ สามารถส่งข้อเขียนมาเผยแพร่ให้สมาชิกชมรมวิ่งได้เป็นความรู้ หรือนำมาแลกเปลี่ยนกัน ในวารสารสมาพันธ์ชมรมวิ่งเพื่อสุขภาพไทยได้
เริ่มที่ปัญหาภาพรวม คือในเรื่องของเวลาที่มีการเตรียมการกระชั้นชิดมาก เวลาที่จะเตรียมการ ไม่ว่าประชุมชี้แจง หรือการจัดทำอุปกรณ์ประกอบกิจกรรมเป็นเสื้อ เหรียญ แผ่นประชาสัมพันธ์ ฯลฯ เรื่องต่างๆ เหล่านี้จะกระทบชิ่งต่อเนื่องลงไปถึงผู้ปฏิบัติในพื้นที่ เวลาจึงมีส่วนสำคัญอันดับแรก อุปกรณ์เสริมต่างๆ เป็นอันดับรองลงไป อุปสรรคจะเกิดกับชมรมวิ่งที่จัดกิจกรรมครั้งแรก ส่วนชมรมวิ่งที่เคยจัดกิจกรรมมาแล้วจะรู้หนทางปฏิบัติอย่างดี สามารถประชาสัมพันธ์งานล่วงหน้าได้
การประชาสัมพันธ์ หรือการบอกให้ประชาชนทราบเพื่อมาร่วมโครงการมีหลายวิธีเป็นใบปลิว ไม่ต้องรอแผ่นพับจากสมาพันธ์ เขียนข้อความใหม่สั้นกะทัดรัด มีทุนน้อยโรเนียว หรือถ่ายเอกสาร ทุนมากขึ้นมาจ้างโรงพิมพ์ แผ่นผ้าประชาสัมพันธ์ ติดหรือแขวนตามชุมชน สนามกีฬา สนามออกกำลังกาย ทั้งใบปลิว หรือแผ่นผ้า สามารถหาผู้สนับสนุนได้ โดยโฆษณาลงไปในใบปลิว หรือแผ่นผ้านั้นได้ ลดทุนที่จะใช้ การเดินสายออกไปชี้แจงใช้รถยนต์ติดเครื่องขยายเสียงทุกท้องที่มีอยู่แล้ว เป็นขององค์กรปกครองท้องถิ่น สาธารณสุข รถขายน้ำปลาฯลฯ การชี้แจงในที่ประชุม ของผู้นำชุมชน ส่วนราชการ โดยประสานขอเวลาแทรกลงไปในวาระประชุม หอกระจายข่าวชุมชน ส่วนราชการ วิทยุชุมชนให้ช่วยประกาศให้ หรือบางครั้ง มีความคุ้นเคยกับผู้ประกาศ ขอออกรายการสัมภาษณ์ชี้แจงการดำเนินการ
การมีส่วนร่วม กิจกรรมการออกกำลังกายและศาสนา เพื่อให้ประชาชนสุขภาพแข็งแรง มีสุขภาพจิตที่ดี เป็นพลเมืองดี ต่างๆ เหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคง องค์กรปกครองภูมิภาค (จังหวัด อำเภอ) องค์กรปกครองท้องถิ่น (เทศบาล อบต.) สำนักพุทธศาสนา การกีฬาแห่งประเทศไทย การท่องเที่ยวกีฬาและนันทนาการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ องค์กรการกุศล และอีกหลายหน่วยงาน ต้องรับผิดชอบต่อการอยู่ดีมีสุข ความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน การมีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรง ของประชาชนตามภาระและหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน ฉะนั้นต้องนำมามีส่วนร่วม ชมรมวิ่งต้องประสาน บูรณาการให้ได้ ในจังหวัดผู้ว่า ควรเป็นประธานดำเนินการ ในอำเภอควรเป็นนายอำเภอ เพราะเรายกย่องตำแหน่งนี้ว่าเป็นพ่อเมือง ต้องลงมาดูแลลูกๆ
งบประมาณในการจัดการ งบจาก สสส. ซึ่งสมาพันธ์ชมรมวิ่งเพื่อสุขภาพไทยดำเนินการมาได้จำนวนหนึ่ง ในอนาคตคาดว่าจะน้อยลงหรือไม่มีเลย ยังสามารถหางบประมาณได้จาก งบประมาณขององค์กรปกครองท้องถิ่นซึ่งหลายแห่ง เทศบาล หรือ อบต.เริ่มลงมาเป็นผู้ร่วมดำเนินกิจกรรม สำนักงานพื้นที่การศึกษา งบประมาณของศูนย์กีฬาจังหวัด ศูนย์ท่องเที่ยวกีฬาและนันทนาการ จากองค์กรการกุศล จากห้างร้าน จากเอกชน อยู่ที่ศักยภาพของผู้จัดในการประสาน เมื่อมีงบพอเพียง งานก็จะสมเกียรติ เป็นไปตามเจตนารมณ์ บางแห่งเสริมด้วยการหารายได้ บำรุงวัด และพุทธสถานได้อีก
ผู้มาร่วมงานหลากหลายอาชีพ ไม่ว่าจะเป็น ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน เจ้าหน้าที่รัฐ ทหาร ตำรวจ นักเรียน นักศึกษา คนทุกหมู่เหล่า มาร่วมงานได้ทั้งนั้น เด็ก ผู้ชาย ผู้หญิง คนชรา ไม่จำกัดอายุ ทำอย่างไรถึงจะประชาสัมพันธ์มาร่วมได้ แรงจูงใจคือการได้ออกกำลังกายและทำบุญทำกิจกรรมศาสนาไปพร้อมๆ กัน หาโอกาสได้ยากเป็นข้อดีที่นำไปประชาสัมพันธ์ บางแห่งนอกจากจัดกิจกรรมเดินสมาธิแล้ว ยังจัดให้มีการวิ่งด้วย ระยะที่พอเหมาะคือ มินิมาราธอน 10.5 กิโลเมตร ให้สนุกเร้าใจขึ้น จัดการแข่งขัน (ไม่ได้เป็นนโยบายของสมาพันธ์ฯ ) หาถ้วยรางวัล โดยของบจากผู้สนับสนุน ชมรมวิ่งสวนน้ำบุ่งตาหลั่วใช้ถ้วยรางวัล Re-Use โดยขอรับการสนับสนุนถ้วยรางวัลจากนักวิ่งแนวหน้าของชมรมนำมามอบให้ซึ่งผู้ที่ได้รับถ้วยรางวัลในคราวนี้ จะได้ถ้วยประวัติศาสตร์ ได้รับรางวัลในการแข่งขันครั้งนี้ และมีสลักถ้วยรางวัลเดิมไว้ด้วย เรียกว่า 2 In 1 และผู้มอบถ้วยรางวัลแน่นอนว่าเป็นประธาน 1 ท่าน จากนั้นเชิญหัวหน้าหน่วยงาน หรือผู้อาวุโส ผู้มีความสำคัญ รองลงมาได้ให้เกียรติขึ้นไปมอบถ้วยรางวัล จะสร้างความพอใจ ภูมิใจทั้งผู้มอบ และผู้รับรางวัล
การเวียนเทียนหลังการเดิน-วิ่ง สมาธิ จัดสถานที่เดิน- วิ่ง ให้ใกล้กับวัด หรือศาสนสถาน ในวันสำคัญเช่นนี้ วัดมีกิจกรรมเวียนเทียนอยู่แล้ว เพียงแต่ กำหนดเวลาให้พอเหมาะตรงกัน หรือถ้าเวลาไม่ตรงกัน อย่างเช่นจัดกิจกรรม เดิน- วิ่ง ตอนเช้า เวียนเทียนเวลาพิเศษ ช่วงเช้าก็ได้ ไม่มีข้อห้ามแต่อย่างใด
การจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ ต้องประสานความต่าง การร่วมมือกัน คนสองคนหรือมากกว่า ย่อมสร้างผลสำเร็จได้มากกว่า ต่างคนต่างทำ การบูรณาการหลายหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญแต่ละสาขา วางแผน แบ่งงาน จัดสรรงบประมาณที่มีอยู่ให้ลงตัว จะทำให้งานนี้สำเร็จ ให้ทุกคนทุกหน่วยมีส่วนร่วม ลดข้อขัดแย้ง ทุกฝ่ายเป็นหุ้นส่วน เป็นเจ้าของ อย่าทำคนเดียวแล้วให้คนอื่นมาชื่นชมไม่มีประโยชน์ สิ่งที่ดีๆ ให้ได้ประโยชน์ทุกคน ความร่วมมือก็จะเกิดขึ้น
....................
บันทึกเมื่อ 12 กรกฎาคม 2550
edit @ 11 Oct 2007 11:20:06 by สิงห์ร้าย