ชมรมวิ่งเข้มแข็ง
กรีฑาผู้สูงอายุชิงชนะเลิศแห่งเอเซียครั้งที่ 15
พลเอก ธงชัย  ตระสินธุ์
ประธานเครือข่ายชมรมวิ่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง

 กรีฑาผู้สูงอายุชิงแชมป์แห่งเอเซีย จัดแข่งขันให้ผู้สูงอายุได้ประลองกำลังประลองสุขภาพ โดยคิดเกณฑ์จะเป็นผู้สูงอายุได้ ทั้งชายและหญิงอายุ 35 ปี ขึ้นไป การแข่งขันมีทั้งประเภทลู่ ประเภทลาน เช่นเดียวกับการแข่งขันกรีฑามาตรฐานทั่วๆ ไป อาจลดความสูงของรั้ว และน้ำหนักอุปกรณ์ เช่น ทุ่มน้ำหนัก ขว้างค้อน ตามอายุของผู้เข้าแข่งขัน การแข่งขันจะแบ่งกลุ่มของผู้เข้าแข่งขันในห้วงอายุ 5 ปี เช่น 35-39 ปี  40-44 ปี  75-79 ปี  90-94 ปี เป็นต้น เพื่อทำให้การแข่งขันสนุกสนาน และเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุหลากหลายได้มาออกกำลังกายให้มาก

 ผู้เขียนมีประสบการณ์ร่วมแข่งขันกรีฑาผู้สูงอายุครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2540 เป็นตัวแทนนักกรีฑาผู้สูงอายุประเทศไทยเข้าร่วมแข่งขันกรีฑาผู้สูงอายุชิงชนะเลิศแห่งเอเซียครั้งที่ 9 ที่สนามโอลิมปิค กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ได้พบว่ามีผู้สูงอายุอีกมากมายที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง โดยเฉพาะคนจีน ญี่ปุ่น เกาหลี และมาตรฐานการลงแข่งขันกรีฑาก็สูง เป็นเครื่องบ่งชี้ว่าในประเทศต่างๆ เหล่านี้ ได้มีการส่งเสริมผู้สูงอายุ ให้ออกกำลังกาย มาช้านานแล้ว อาจรวมไปถึงการแนะนำในเรื่องสุขภาพ อาหารการกิน เพื่อไม่ให้เป็นภาระต่อรัฐบาล และลูกหลาน

 ในปี 2552 ประเทศไทยรับเป็นเจ้าภาพจัดกรีฑาผู้สูงอายุชิงชนะเลิศเอเชียครั้งที่ 15 โดยประเทศต่างๆ หมุนเวียนเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน 2 ปีต่อครั้ง กำหนดแข่งขันครั้งแรก 1-5 ธันวาคม 2551 แต่เกิดเหตุการณ์ที่สนามบินสุวรรณภูมิ จึงเลื่อนการแข่งขันเป็นวันที่ 13-17 มกราคม 2552 มีประเทศต่างๆ ในทวีปเอเชียส่ง นักกรีฑาผู้สูงอายุ เข้าร่วมแข่งขันจำนวน 16 ประเทศ คือ อินเดีย ญี่ปุ่น ศรีลังกา จีน จีนไทเป มาเลเซีย อินโดนีเซีย  คาซัคสถาน มองโกเลีย สิงคโปร์ อิหร่าน ปากีสถาน ฮ่องกง บรูไน เนปาล และประเทศไทย ซึ่งเป็นเจ้าภาพ อินเดียส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันมากที่สุด 200 กว่าท่าน และชนะเลิศได้เหรียญรางวัลมากที่สุดถึง 85 เหรียญทอง 93 เหรียญเงิน  77 เหรียญทองแดง รองลงมาเป็นญี่ปุ่น 74 เหรียญทอง 25 เหรียญเงิน  22 เหรียญทองแดง และอันดับสามคือ ประเทศไทย ได้ 60 เหรียญทอง  47 เหรียญเงิน  47 เหรียญทองแดง ประเทศที่เข้าร่วมแข่งขันที่ไม่ได้รับเหรียญรางวัลคือ บรูไน และ เนปาล ถึงอย่างไรก็ตาม สปิริตของนักกีฬาคือการได้เข้าร่วมแข่งขัน แพ้หรือชนะ เป็นเรื่องรองลงไป ผู้เขียนไปถามกรรมการจัดการแข่งขันว่านักกีฬาประเทศเกาหลีใต้หายไปไหน ตอบว่าตั้งแต่ฟองสบู่แตกปี 2541 ทางการเกาหลีใต้ได้ขอร้องหรืองดให้นักกีฬาออกนอกประเทศ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจ ต้องขอขอบคุณนักกรีฑาทีมต่างๆ ที่ได้เดินทางเข้าร่วมแข่งขัน เพื่อความรัก ความสามัคคีของมนุษยชาติ แม้เจอวิกฤติ และข่าวความไม่สงบเรียบร้อยในประเทศไทย

 ประเทศไทย ได้มีกลุ่มบุคคลได้รวมตัวกันตั้งสมาคมกรีฑาผู้สูงอายุไทยขึ้น เมื่อประมาณปี พ.ศ.2538 และจัดประลองกรีฑาผู้สูงอายุชิงแชมป์ประเทศไทย ที่สนามกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี และจัดประลองทุกปี โดยสลับสนามกีฬาภูมิภาค และกรุงเทพมหานคร ในปี 2552 นี้ ได้มีกำหนดการแข่งขันที่ สนามกีฬา 80 ปี จังหวัดนครราชสีมาวันเสาร์ที่ 7 – วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม 2552 ต้องขอขอบคุณ นายวิวัฒน์  วิกรานตโนรส  นายกสมาคมกรีฑาผู้สูงอายุไทย นางเฉลียวศรี  ฉิมวงษ์ เลขาธิการ นายประเสริฐ  ศรีสืบ  นางสาวจันทร  พิมพ์สกุล  นายเพิ่มศักดิ์  สุริยจันทร์ นายสมบูรณ์  แสงโสภณ นางนันทัชพร  ศรีจาด และอีกหลายท่านที่ไม่ได้เอ่ยชื่อ ได้เสียสละเวลาจากอาชีพ และงานประจำ มาขับเคลื่อนผู้สูงอายุไทย ได้ตื่นตัวในการออกกำลังกาย ลดภาระของรัฐบาล และยังนำชื่อเสียงให้ประเทศชาติ เป็นสมาคมที่เข้มแข็งจริงๆ

-----------------------------------------
บันทึกเมื่อ  20 มกราคม 2552

Comment

Comment:

Tweet

ออกกำลังกายทุกวัน

ร่างกายแข็งแรงค่ะ

#3 By เรียนเขียนโปรแกรม (58.8.124.48) on 2010-05-02 13:56

#2 By (203.146.104.42) on 2009-09-27 09:07

#1 By (118.173.41.23) on 2009-08-26 10:39