ไปวิ่ง ไปกิน ไปเที่ยว
ประจำเดือนกันยายน 2551
โดยหมู่สิงห์

 หนองตาไก้มินิ-ฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่ 3 จัดโดยคณะครูโรงเรียนหนองตาไก้-หนองเม็ก ตำบลสาวะถี อำเภอเมืองจังหวัดขอนแก่น ได้ทราบข่าวมา 2 ปีแล้ว มาปีนี้จัดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน 2551    อยากไปให้กำลังใจ อยากไปดูความร่วมมือของกลุ่มผู้จัด เขาจัดกันได้อย่างไร  รวบรวมสมาชิกในทีมได้ 10 คน รถตู้เก่าของชมรม 1 คัน พอได้อาศัยความสะดวกดีกว่ารถปิคอัพ หรือนั่งรถเมล์ไปเอง เส้นทางนครราชสีมาขอนแก่น เข้าเขตขอนแก่นยังมีร่องรอยน้ำท่วม เส้นทางหลักถนนมิตรภาพคอสะพานทรุดต้องใช้สะพานเหล็กเสริม 2-3 แห่ง ข้าวในนา น้ำลดแล้วแตกกอเขียวชอุ่ม ได้อย่างก็เสียอย่าง 

สถานที่จัดแข่งขันเป็นหมู่บ้านห่างจากตัวจังหวัดขอนแก่นเพียง 20 กว่ากิโลเมตร  จึงเป็นกึ่งชนบทกึ่งในเมือง เมื่อไปถึงรีบสมัครจองห้องพัก เป็นอาคารเรียนของเด็กอนุบาล 1 ทีม 1 ห้อง พอดี  ถามผู้จัดว่าเลี้ยงอาหารเย็นหรือไม่ เขาบอกว่าคณะครูเหนื่อย เลี้ยงอาหารไม่ไหว แต่จัดให้แม่ค้าขายอาหารราคาถูก ราคานักเรียนจานละ 15 บาท อย่ากระนั้นเลยนั่งรถผ่านมา  เห็นตลาดลานค้าชุมชนบ้านม่วง ตำบลบ้านทุ่ง เขียนที่ป้ายว่า 2542 คงเป็นปีที่สร้าง  เป็นพระยาน้อยชมตลาดตอนเย็น คำกล่าวที่ว่าในน้ำมีปลา ในนามีข้าว เกือบจะไม่ค่อยมีแล้ว ยิ่งชุมชนใหญ่เช่นนี้ แม่ค้าขนอาหารมาจากในเมืองเหมือนตลาดทั่วๆไป พยายามค้นหาอาหารท้องถิ่น ที่เห็นมีนกเจ่าถอนขน เป็นนกที่หากินปลาในนาตัวละ 35 บาทมีหลายถาด  กบนาก็พอมีกิโลละ 100 บาท  เห็นกล่องกระดาษขนาดกล่องทีวี ขังแมลงเล็กๆไว้ เป็นจิ้งหรีด คงเพาะเลี้ยงแล้วนำมาขายราคาไม่ถูกเลย ขีดละ 20 บาท กิโลละ 200 บาท  เป็นพืชผักมีอะไรบ้าง เขาบอกว่าน้ำท่วมหมดเห็นแต่เห็ดขอน มีใบแมงลักผสมอยู่ในถุงด้วย แม่ค้าบอกว่า เอาไปนึ่งหรือต้มเห็ดกินได้  ผักยอดฮิตมีอย่างเดียว คือ ผักลืมผัว ไม่ต้องพูดถึงความอร่อย ดูชื่อก้อแล้วกัน ถ้าภรรยากินแล้วถึงกับลืมสามีเลย ออกจากตลาดจะกลับแล้วเลยไปสั่งผัดไทยเส้นกลาง(กึ่งใหญ่ กึ่งเล็ก) เพิ่มคาร์โบไฮเดรต 1 ห่อ เป็นอาหารเย็นเพื่อเสริมพลังวิ่งในวันรุ่งขึ้น....ตื่นเช้า 0400 นาฬิกาเพราะนักวิ่งนอนแต่หัวค่ำ บางคนลุกขึ้นมาเพื่อเข้าคิวห้องน้ำ ห้องส้วมที่มีจำกัด บางคนก็อาบน้ำก่อนวิ่ง ดูประหลาดดี นักวิ่งมาเยอะมากไม่น่าเชื่อ ฮาล์ฟมาราธอนคงจะ 100 กว่าเกือบ 200 คน มินิฮาล์ฟ 300-400 คน ส่วนฟันรัน นักเรียนและประชาชนในท้องถิ่นร่วมมืดฟ้ามั่วดิน เส้นทางลาดยาง ผ่าเข้าไปในท้องทุ่ง สลับชุมชน แทบจะไม่มีรถวิ่ง อากาศบริสุทธ์มาก  ซึ่งหายากสำหรับคนเมืองอย่างเรา เข้าเส้นชัยแล้ว เลี้ยง ข้าวต้มหมู และข้าวต้มมัด กล้วยน้ำว้า ซึ่งคณะครูเป็นแม่ครัว และผู้ปกครองช่วยกันทำข้าวต้มมัด และบริจาคกล้วยสวน อิ่มกันถ้วนหน้า ต้องขอบคุณ แลคตาซอย น้ำนมถั่วเหลือง บริการฟรีถึงที่ หมู่สิงห์ก็ได้เติมพลังไป 2 ถ้วย   

ออกจากสถานที่แข่งขัน เล็งที่หมายอาหารกลางวัน ลาบขม ต้มแซบ ส้มตำ ไก่ย่าง ข้าวเหนียว ที่ร้านตัวอำเภอบ้านไผ่ ปรากฏว่ามีงานแทรกต้องไปร่วมพิธีเผาศพ บุพพการีของนักวิ่งในทีม ซึ่งเลือนเวลาจาก 1400 นาฬิกา เป็น 1300 นาฬิกา จึงอาศัยอาหารจานด่วนที่ปั้มน้ำมัน ต่างคนต่างเลือกที่ชอบ   อาหารอร่อยที่บ้านไผ่ก็ติดค้างกันไว้ก่อน.......

Comment

Comment:

Tweet