ทัวร์ขยะ (Garbage Tour)
posted on 02 Nov 2006 10:08 by moosing in Tour-Of-Thailand
ทัวร์ขยะ
เจ้าเก่า
เมื่อ 4-6 มกราคม 2546 ได้มีบริษัท จ๊อก แอน จอย ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินกิจกรรมกับการจัดวิ่งแข่งขัน ได้จัดการวิ่งแข่งขันขึ้นภูกระดึง ผู้เขียนเป็นหนึ่ง อยู่ในแวดวงนักวิ่งสุขภาพ เกิดความสนใจอยากจะไปวิ่งแข่งขันขึ้นภูกับเขาด้วย เนื่องจากภูกระดึง แหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้ เป็นตำนานรักของนักศึกษาตั้งแต่อดีตอันไกลโพ้น จนถึงปัจจุบัน เมื่อวัยทีนเอจ ปิดภาคการศึกษา ส่วนใหญ่จะรวมกลุ่มกันไปท่องเที่ยว ถ้าต้องการความท้าทาย ภูกระดึงแห่งนี้แหละ เป็นยอดนิยม หลายคู่ได้มาสร้างตำนานรัก สร้างความสัมพันธ์เป็นครอบครัวขึ้นที่นี่ จากความเห็นอกเห็นใจ รู้ใจ ความเหนื่อย ความสนุก เล่าให้ฟังต่อจนชั่วลูกชั่วหลาน มีบางคนยังแอบค้านไม่ได้ ว่าหลายคู่ชีวิตรักมาพังที่นี่เหมือนกัน เพราะแสดงธาตุแท้ความเห็นแก่ตัวออกมา ก็คงมีบ้างหรอกนะ แต่คงน้อยมาก การวิ่งแข่งขันขึ้นภูกระดึง ส่วนใหญ่นักวิ่งไม่ได้ตั้งเป้าหมายหลัก เพื่อมาวิ่งแข่งขันอย่างจริงจัง เป้าหมายน่าจะอยู่ที่การได้ขึ้นท่องเที่ยวบนภูกระดึง ความมัน ความสะใจ ในความยากลำบาก ผู้เขียนก็เช่น เดียวกัน ชั่วชีวิตเคยได้ยินแต่ภูกระดึง ในอดีตเมื่อเป็นวัยรุ่นไม่เคยได้มาสัมผัส พอมีอาชีพรับราชการ เส้นทางการเดินทางทำงานหลายครั้งผ่านเลียบภูกระดึง ก็ได้แต่มอง คิดว่าสักวันหนึ่งคงได้พิชิตยอดภูบ้าง โอกาสดีปีใหม่ 2546 นี้ เคลียร์งาน เคลียร์ธุระ ได้ เก็บเนื้อเก็บตัวตอนเทศกาลฉลองปีใหม่ และใน 4 มกราคม 2546 สามารถวิ่งบ้างเดินบ้าง ขึ้นถึงยอด ภูกระดึง ภายใน 1 ชั่วโมง 52 นาที สถิติที่นักวิ่งทำไว้ดีที่สุด 1 ชั่วโมง 3 นาที เมื่อได้ขึ้นไปถึงยอดภูกระดึง ได้เดินท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยว รวมทั้งบริเวณที่พักของผู้ที่ขึ้นท่องเที่ยว สิ่งหนึ่งที่ได้เห็นและไม่สบายใจมาก คือ ปริมาณ ขยะ ที่นักท่องเที่ยว และร้านค้า ได้สร้างขึ้นเป็นปัญหากับเจ้าหน้าที่อุทยานมาก ในฤดูท่องเที่ยวกองเป็นภูเขาเลย เมื่อผู้เขียนกลับลงมา ได้นำปัญหาที่ได้พบมาปรารภ กับเพื่อนผู้อบรมสถาบันพระปกเกล้า หลักสูตร ปรม 2 กลุ่ม 10 ซึ่งศึกษากรณีการรักษาธรรมชาติ และสภาพแวดล้อม ในกลุ่มรับปากผู้เขียนว่าจะช่วยคิดร่วมแก้ปัญหา ตามศักยภาพ ความรู้ ความสามารถที่มีอยู่เท่าที่จะทำได้ การติดต่อกับอุทยานแห่งชาติภูกระดึงได้เริ่มขึ้น และหน.อุทยานแห่งชาติ ตอบรับและยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ จะมีผู้ไปช่วยเสริมความคิดในเรื่อง การรักษาสภาพแวดล้อม ซึ่งอุทยานได้ปฏิบัติอย่างเต็มกำลังอยู่แล้ว

27 มีนาคม 2546 ในกลุ่มนัดหมายเริ่มต้นเดินทาง ออกเดินทางจากสถาบันพระปกเกล้า เวลา 0730 มีผู้ร่วมเดินทาง (ไม่อยากจะบอกเลย) 4 ท่าน เป็นชาย 2 คน หญิง 2 คน เนื่องจากถูกกลุ่มทัวร์อื่นแย่งลูกค้าไปหมด หลายท่านที่ไม่ไป เพราะกลัวเดินขึ้นภูกระดึง ไม่ได้ 4 ท่าน ก็ต้องเดินหน้าถอยไม่ได้ เพื่อแสดงความมั่นใจขอบอกสถานะผู้ร่วมเดินทางเป็นตัวแทนของหน่วยงาน เพื่อให้ดูว่ายิ่งใหญ่ น่าเชื่อถือดังนี้ หัวหน้าคณะ เป็นผู้แทนกรมรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ เลขานุการเป็นผู้แทนของสมาคมสร้างสรรค์ไทย (ตาวิเศษ) ผู้ติดตามประกอบด้วยผู้แทนของสำนักงานสวัสดิการและสังคมกรุงเทพมหานคร และฝ่ายเสนาธิการจากกองทัพบก อีก 1 ท่าน รออยู่ในพื้นที่อีก1ท่าน คือ เจ้าของบ้าน ประธานสมาคมแม่บ้านกองทัพบกสาขาศูนย์การทหารม้า หน่วยงานของท่านคือ ฝ่ายพยาบาลโรงพยาบาลอานันทมหิดล ก่อนถึงศูนย์การทหารม้า 5 กิโลเมตร มีรถยนต์สารวัตรทหารมานำเข้าศูนย์การทหารม้า สักการะพระบรมราชนุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วางพานพุ่มพระอนุสาวรีย์พลโทพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวง อดิศรอุดมเดช การต้อนรับ ป้ายต้อนรับ และพิธีการ ยิ่งใหญ่ เหมือนกับเดินทางไปทั้งสถาบัน เยี่ยมจริงๆ เข้าห้องฟังบรรยายสรุป จัดแปลกออกไปอีก เนื่องจากเป็นห้องใหญ่ `ใช้ฟังบรรยายสรุปได้เป็นร้อยคน วิธีที่จะทำไม่ให้ดูเวิ้งว้าง คือ จัด เก้าอี้ ประกบคู่ ระหว่างคณะ และเจ้าหน้าที่ของหน่วยกระจายกันออกไป ห้องจะดูไม่ใหญ่จนเกินไป เป็นการบริหารจัดการที่ดีอย่างหนึ่งน่าจดจำไปปฏิบัติ การบรรยายทุกแห่งคงเริ่มด้วยภารกิจ และการจัดของหน่วยในอันดับแรก สรุปสั้นๆ ว่า ศูนย์การทหารม้ามีภารกิจ ในการกำหนด หลักนิยม แบบฝึก การผลิตผู้นำหน่วย การวิจัย และพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ของเหล่าทหารม้า เป็นเจ้าของโครงการในการจัดตั้งหน่วยใหม่ของเหล่าทหารม้าอีกด้วย หน่วยหลักๆ มีอยู่ 7 หน่วยด้วยกัน คือ กองบัญชาการ กองวิทยากร กองเครื่องช่วยฝึก กองบริการ โรงเรียนทหารม้า กองพันทหารม้าที่ 22 และแผนกสัตวรักษ์ คุณลักษณะของทหารม้า คือ ความคล่องแคล่วในการเคลื่อนที่ อำนาจการยิงรุนแรง อำนาจในการทำลายและข่มขวัญ สรุปคุณลักษณะสั้นๆ ว่า “รวดเร็ว รุนแรง เด็ดขาด” ในเรื่องการพัฒนาพื้นที่ ผู้เขียนขอแบ่งออกเป็น 2 ข้อใหญ่ ดังนี้
1. การพัฒนาพื้นที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว และพักผ่อน จะประกอบด้วย พิพิธภัณฑ์ทหารม้า สวนสุขภาพเฉลิมพระเกียรติ สนามกีฬายิงปืนค่ายอดิศร ศูนย์กีฬากอล์ฟอดิศร สระว่ายน้ำอดิศร สนามขี่ม้าค่ายอดิศร อดิศรยิมเนเซียม สนามกีฬาต้านยาเสพติด การเดินทางไกล และอยู่ค่ายพักแรม แหล่งท่องเที่ยว และพักผ่อน นี้บุคคลทั่วไป สามารถไปใช้บริการได้ ตามนโยบายของผู้บัญชาการทหารบก เปิดค่ายทหาร เพื่อบริการประชาชน คำพูดที่ว่า ทหารเป็นมิตรกับประชาชน เขตทหารห้ามเข้า ได้ยกเลิกไปแล้วที่น่าสนใจมาก คือ พิพิธภัณฑ์ทหารม้า มีรถถังเล็กๆ อาจเรียกว่า รถถังกระป๋อง รุ่น สงครามโลก ครั้งที่ 2 หน่วยได้มาปรับปรุง สามารถวิ่งได้ เป็นที่สนใจของชาวต่างชาติมาก
2. การรักษาสภาพแวดล้อม โครงการปรับปรุงบ้านพักอาศัย โครงการเรารักบ้านหลวง ซึ่งสร้างจิตสำนึกในการรักที่อยู่อาศัย ร่วมแรงร่วมใจพัฒนาบ้านพัก เริ่มจากบ่อบำบัดน้ำเสีย ทางระบายน้ำเสีย การทำปุ๋ยหมัก การปลูกไม้ดอกไม้ประดับ และโครงการสุดท้ายที่กลุ่มของพวกเราตั้งใจ มาศึกษา คือ โครงการธนาคารวัสดุรีไซเคิลชุมชนค่ายอดิศร เปิดโครงการ เมื่อ 12 มกราคม 2546 สาเหตุที่เกิดโครงการขึ้นมาเนื่องจากการเพิ่มขยายของขยะ เนื่องจากยุคโลกาภิวัฒน์ พวกเราเปลี่ยนวัสดุในการบรรจุภัณฑ์เป็นสิ่งของที่คงทน สวยงาม ผลที่ตามมา คือมีของที่กล่าวแล้วมากขึ้น ศูนย์การทหารม้า มีบริเวณที่ทำงานและบ้านพักแยกเป็น 2 พื้นที่ การจัดเก็บขยะใช้เทศบาลท้องถิ่นดำเนินการ เนื่องจากการเพิ่มขยายของขยะมีมากขึ้น ต้องเพิ่มอุปกรณ์รองรับ และมีขยะตกค้างมากขึ้น เป็นปัญหาเรื้อรัง ด้านสิ่งแวดล้อม จึงมีแนวความคิดในการจัดตั้งธนาคารวัสดุรีไซเคิลขึ้น โดยแบ่งแผนการปฏิบัติออกเป็น 3 แผนงาน คือ แผนการดำเนินการต่อขยะเปียก แผนการดำเนินการต่อขยะทั่วไป แผนการดำเนินการต่อขยะที่มีคุณค่า สำรับขยะเปียกนั้น ได้จัดทำโครงการปุ๋ยชีวภาพ ปัจจุบันอยู่ในระหว่างการทดลอง ขยะทั่วไปนั้นให้เทศบาลท้องถิ่นมาขนเช่นเดิม ส่วนขยะที่มีคุณค่า ได้นำกลับมาใช้ใหม่ จัดตั้งธนาคารขยะดำเนินการ 2 แห่ง ใน 2 พื้นที่ ดำเนินการโดย สมาชิกแม่บ้านทหารบกค่ายอดิศร เปิดเฉพาะวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 0800-1200 มีบุตรหลาน แม่บ้าน กำลังพลให้ความสนใจอย่างมาก มีเงินหมุนเวียน ตั้งแต่เริ่มโครงการ 2 แสนบาทเศษ
0900 ของ 28 มี.ค. 46 มุมหนึ่งบนสำนักงานบริการนักท่องเที่ยวของอุทยานแห่งชาติภูกระดึง จัดโต๊ะเล็กๆ สำหรับคณะและเจ้าหน้าที่จำนวน 7 คน มีผู้ช่วยหัวหน้าสำนักงานอุทยานแห่งชาติเป็นผู้ต้อนรับแทนเนื่องจากหัวหน้าอุทยานฯ เดินทางไปสัมมนาที่ต่างจังหวัด ซึ่งคณะได้ทราบตั้งแต่ขั้นตอนการประสานแล้ว บอกกับหัวหน้าอุทยานว่าไม่มีปัญหาคุยกับเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบคนใดก็ได้ ก่อนจะคุยในเรื่องการกำจัดขยะและรักษาสิ่งแวดล้อม ผู้ช่วยได้บรรยายสรุปความเป็นมาและเป็นไปของอุทยานแห่งชาติ ภูกระดึงให้คณะได้ทราบพอสังเขปดังนี้ อุทยานแห่งชาติภูกระดึงได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ ลำดับที่ 2 ของประเทศ (ลำดับที่ 1 คือ เขาใหญ่) เมื่อ 23 พฤศจิกายน 2505 มีพื้นที่ประมาณ 348 ตารางกิโลเมตร ประมาณ 217500 ไร่ อยู่ในพื้นที่ตำบลศรีฐาน อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย ภูมิประเทศ เป็นภูเขายอดตัด มีที่ราบกว้างใหญ่บนยอดเขา 60 ตารางกิโลเมตร ประมาณ 37,500 ไร่ อยู่สูงจากน้ำทะเลปานกลาง เฉลี่ย 1,200 เมตร จุดยอดสูงสุด สูง 1,316 เมตร เป็นภูเขาหินทราย ต้นกำเนิดลำน้ำพอง บนยอดภูกระดึงเป็นสังคมพืชเมืองหนาว สนสองใบ สอนสามใบ ต้นเมเปิล กุหลาบป่า ม้าวิ่ง เอื้องคำหิน มีสัตว์มากมาย เช่น ช้าง เสือโคร่ง หมีควาย เลียงผา เก้ง กวาง นกหลายชนิด รวมทั้งสัตว์เลื้อยคลานที่หายากเช่นเต่าปูลู เส้นทางขึ้นภู ปัจจุบันไม่ลำบาก เช่นในอดีต เพราะได้ปรับปรุง ตกแต่งพื้นที่ ทำชั้นบันไดดิน ทำสะพานเหล็กในที่ๆ สูงชัน มีทางลาดปูนบางแห่ง มีราวเหล็กให้จับยึด มีสถานที่พัก และร้านอาหารตลอดเส้นทางที่ขึ้น จากจุดเริ่มต้นถึงหลังแป (ยอดเขา) ระยะทาง 8.3 กิโลเมตร นักวิ่งที่วิ่งเร็วทำเวลาดีที่สุดใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง กับ 3 นาทีเท่านั้น ผู้ท่องเที่ยวหากเดินขึ้นตั้งแต่ 0600 ไม่เกิน 1700 ก่อนพระอาทิตย์ตกดิน ต้องถึงที่พักแน่นอนที่ช้านี้เพราะเดินไป คุยไป พักไป กินไป นักท่องเที่ยวปกติใช้เวลาเดินขึ้นประมาณ 4-5 ชั่วโมง สามารถเดินไปรับประทานอาหารกลางวันที่พักนักท่องเที่ยวบนภูได้ น้ำ ข้าวปลา อาหารที่นอน ผ้าห่ม มุ้ง หมอน ไม่ต้องนำขึ้นไป อาหารเครื่องดื่ม มีตลอดเส้นทาง เหมือนแหล่งท่องเที่ยวในพื้นราบ ไม้ต้องแบกขึ้นให้เป็นภาระ แหล่งท่องเที่ยวบนภูกระดึงเนื่องจากเป็นภูเขายอดตัด แหล่งท่องเที่ยวจะประกอบด้วย น้ำตกและหน้าผา น้ำตกเพ็ญพบใหม่ น้ำตกโผนพบ น้ำตกวังกวาง น้ำตกถ้ำสอเหนือ น้ำตกถ้ำสอใต้ น้ำตกตาดร้อง ผาหมากดูก ผานาน้อย ผาเหยียบเมฆ บริเวณผาแดง และสุดท้ายคือผาหล่มสัก ซึ่งมีต้นสนเกิดอยู่บนชะง่อนหิน เป็นสัญญลักษณ์ของภูกระดึง อยู่ห่างจากจุดบริการนักท่องเที่ยว บนยอดภูประมาณ 9 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เดินไปกลับ และรอชมพระอาทิตย์ตก ใช้เวลาในการเดิน 1 วัน พอดี สนุกมาก เนื่องจากเอกสารฉบับนี้เป็นเอกสาร เรื่อง ทัวร์ขยะ การบรรยายความสวยงามเรื่องการท่องเที่ยวจะผ่านเลยไป ผู้สนใจขอให้เดินทางไป ชมด้วยตนเองในวัยที่สามารถขยับแข้ง ขยับขาได้ ถ้าท่านสามารถเดินขึ้นถึงยอดภูกระดึงได้ มั่นใจว่าร่างกายของท่านต่อสู้ชีวิตในโลกได้อีกเป็น 10 ปี
ปัญหาของขยะก็มาจาก 2 กรณีใหญ่ ๆ คือกรณีแรกจากร้านค้าที่บริการนักท่องเที่ยวมีร้านค้าที่บริเวณอุทยานฯ ด้านล่าง 21 ร้าน ระหว่างทางเดินขึ้นเขา 4 จุด มี 47 ร้าน บริเวณที่พักนักท่องเที่ยวบนยอดเขา 31 ร้าน บริเวณแหล่งท่องเที่ยวตามหน้าผา 5 แห่ง มี 24 ร้าน รวมร้านค้าทั้งสิ้นทั้งตีนภู ระหว่างทาง และยอดภู 123 ร้าน ที่ตีนภูคงมีปัญหาน้อย ส่วนระหว่างทางและยอดภู 100 กว่าร้านนี่คือปัญหา อุทยานไม่ได้จำกัดหรือห้ามสิ่งของที่จะนำขึ้น ยกเว้นกล่องโฟม ซึ่งเป็นนโยบายของท่านปลัดกระทรวงที่ห้ามนำขึ้นอย่างเด็ดขาด กรณีที่สอง จากนักท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวจะนำอาหาร หรือเสบียง ติดตัวขึ้นไปด้วย เนื่องจากราคาอาหารและเครื่องดื่ม บนภู จะแพงกว่าปกติเล็กน้อย เนื่องจากต้องเสียค่าแบกขึ้น นักท่องเที่ยวก็จะแบกขึ้นเต็มพิกัดของตนเอง ที่สามารถนำขึ้นไปได้ โดยเฉพาะหีบ ห่อ ซึ่งเบา เช่น ห่อพลาสติก ฟลอย ซึ่งยากแก่การทำลายมาก วินัยนักท่องเที่ยว และร้านค้าก็เป็นปัญหาที่สำคัญสิ่งหนึ่ง ระหว่างทางเดินขึ้นภู และเส้นทางท่องเที่ยวในป่า ยังมี ผู้ไม่ค่อยมีวินัย ได้ขว้างปา ขวดน้ำ ถุงพลาสติก ที่ใส่เครื่องดื่มเป็นถุง พร้อมหลอดกาแฟ ถุงก็อปแก็ป พวกขนมพองต่าง ๆ ตามเส้นทาง ไม่พยายามเก็บไว้กับตัว และนำไปทิ้งที่จัดไว้ให้ เมื่อผู้เขียนเดินลงจากภูกระดึง เมื่อคราวไปวิ่งแข่งขัน นอกจากจะอาสาไปเดินเก็บขยะบนยอดภูมาได้กิโลกรัมกว่าๆ ถือลงมาด้วย ยังหอบเศษขยะตามทางลง พยายามให้ผู้ท่องเที่ยวเอาเป็นตัวอย่าง คนต่างชาติที่เดินสวนทางขึ้นไป ยกหัวแม่มือให้ (ไม่ใช่โกรธ) ตีความหมายเอาว่า ยอดเยี่ยม เท่านี้ก็ภูมิใจแล้ว ได้รักษาเกียรติภูมิของชาติไว้บ้าง ผู้เขียนเคยไปเที่ยวเสียมราฐ ของกัมพูชา ระหว่างทางอำเภออลองเวง ไปยังเสียมราฐ และแหล่งท่องเที่ยว พนมกุเลน ซึ่งสันนิษฐานว่า นครวัด นครธม นำหินจากแหล่งนี้ไปสร้าง ระหว่างทางเดินขึ้นภูเศษขยะสองข้างทางไม่ต้องพูดถึงมากมายมาก เจ้าหน้าที่ไทยที่นำทางอธิบายว่า เมื่อคราวพระเทพฯ เสด็จชมพนมกุเลน เจ้าหน้าที่ไทยต้องระดมกันมาเก็บให้พอดูได้ ไม่อยากจะโทษคนทิ้งเท่าไหร่ อยากจะโทษพวกเราเองทั้งหมด ที่พวกเราขาดการปลูกฝังอบรม กันมาตั้งแต่เริ่มต้น โทษระบบที่เราไม่ได้พร่ำสอน ฝึกปฏิบัติให้เป็นนิสสัย ร้านค้าทิ้งขยะไม่ฝังกลบ หรือฝังกลบตื้นๆ เห็นมูลช้างที่ถ่ายออกมา มีซองมาม่า ซองก็อบแก็ป ถุงพลาสติก ก่อนคณะเราไปดูงานประมาณ 2 สัปดาห์ ทราบว่ามีช้างป่า เสียชีวิต 1 เชือก ช้างนอนดิ้นไถตัวไปตามพื้น 20 กว่าเมตรก่อนเสียชีวิต สัตวแพทย์ผ่าตัดดูแล้วทราบว่า ลำไส้อุดตันจากของเสีย หรือขยะที่กล่าวมาแล้ว นักท่องเที่ยวคงไม่ทราบว่าขยะที่เขาทิ้งอย่างไม่มีวินัย หรือของที่ไม่น่าจะนำขึ้นไปนั้น เป็นอันตรายต่อสัตว์ป่า ต่อระบบนิเวศน์บางคนยังถามเจ้าหน้าที่อุทยานว่า ช้างป่ามาอยู่บนภูกระดึงได้อย่างไร ความจริงในสมัยอดีต ภูกระดึงเป็นป่าติดต่อ ป่าภูเขียว อุทยานน้ำหนาว เป็นผืนป่ากว้างใหญ่มาก สัตว์ป่าอยู่มาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ สัตว์ป่าโยกย้าย เปลี่ยนสายพันธ์ ปัจจุบันคนบุกรุกป่า ผืนป่าได้ขาดตอนไป สัตว์ป่าคงอ่อนแอลงเรื่อยๆ เพราะไม่ได้เปลี่ยนสายพันธ์ใหม่แถมอุทยานน้ำหนาว ของจังหวัดเพชรบูรณ์ ไม่ทราบความคิดของผู้ใดตัดทางหลวงแผ่นดินผ่านกลางอุทยาน รถชนสัตว์ป่าบ่อยๆ เมื่อไปเยี่ยมชมยังมีการสต้าฟ กวางใหญ่ที่ถูกรถชนตายไว้ คนทำคงมีความมุ่งหมายประจานเจ้านาย หรือผู้มีอำนาจ ไม่ได้เอาไว้ศึกษาอะไรหรอกผู้เขียนคิด
การกำจัดขยะของอุทยานแห่งชาติภูกระดึง บนภูกระดึงตามทฤษฎีไม่มีการฝังกลบ การปฏิบัติคงกระทำได้ยาก ดูได้จากมูลช้างเศษอาหารของร้านค้า 100 กว่าร้าน ใครจะเป็นผู้แบกของบูดเน่าลงมาได้ จากข้อตกลงของอุทยานฯ และลูกหาบ คนละ 50 กก./ปี นั้นลูกหาบจะคัดเลือก เฉพาะขยะที่มีราคาอาทิ กระป๋องเครื่องดื่ม ขวดพลาสติก ที่มีราคานำไปจำหน่ายเพิ่มรายได้ ระหว่างผู้เขียนวิ่งขึ้นเขายังเห็นลูกหาบเดินตัวเปล่า ลงเขาเป็นจำนวนมาก คือจิตสำนึกยังไม่เกิดขึ้น จะแบกลงตามข้อตกลง หรือที่มีผลประโยชน์เฉพาะตัวเท่านั้น อาศัยจากนักท่องเที่ยวอาสาสมัคร ซึ่งไปขอรับจากเจ้าหน้าที่อุทยาน จากเจ้าหน้าที่อุทยานเองซึ่งมีน้อยนิดลงขึ้นก็จำกัด เช่น เข้าเวรบนยอดภูกระดึง 15 วัน ก็จะขึ้นและลงครั้งเดียว ถ้าไม่มีธุระจำเป็น จากการระดมลูกหาบเป็นครั้งคราว การท่องเที่ยวที่ภูกระดึงแบ่งเป็น 3 ห้วง เดือน ต.ค.- ม.ค. ฤดูหนาว นักท่องเที่ยวมากที่สุด เดือน ก.พ. – พ.ค. เป็นฤดูร้อน นักท่องเที่ยวน้อย เดือน มิ.ย. – ฤดูฝน ปิดอุทยานเพื่อให้ธรรมชาติฟื้นตัว ช่วงฤดูหนาว สถิติของผู้ไปท่องเที่ยวที่ภูกระดึง ในปีงบประมาณ 2546 (ต.ค.45-ก.ย.46) เดือนตุลาคม 12,883 คน เดือนพฤศจิกายน 12,362 คน เดือนธันวาคม 40,465 คน เดือนมกราคม 14,563 คน รวมผู้ไปเที่ยว 4 เดือน 8 หมื่นคนเศษ คิดเป็นขยะเกือบ 100 ตัน (เฉลี่ยคนละ 1 กก. ) กองเป็นภูเขา เจ้าหน้าที่อุทยานต้องทำคอกกั้นปิดล้อมไว้อย่างดีกลัวเป็นอันตรายต่อสัตว์ป่า คนมาท่องเที่ยวก็ด่าเจ้าหน้าที่อุทยาน (ความจริงน่าจะด่าตนเอง) ผู้บังคับบัญชาตำหนิแก้ ปัญหาเล็ก ๆ (ความจริงใหญ่) เช่นนี้ไม่ได้ การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ การเดินป่าดูแหล่งธรรมชาติ ได้รับความนิยมขึ้นเป็นเป็นลำดับ นับวันปัญหาสภาพแวดล้อมบนภูกระดึงจะมากขึ้น ยังมีผู้คิดจะเอาประโยชน์จากธรรมชาติ จะสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึง แค่เดินขึ้นเองธรรมชาติก็จะรับไม่ได้อยู่แล้ว กระเช้าขึ้นมาเมื่อไหร่เข้าใจว่า น่าจะพังไปทั้งป่า ผู้เขียนไม่มั่นใจกับคุณภาพ มาตรการของทางราชการ ของเจ้าหน้าที่และของผู้ขึ้นมาท่องเที่ยว จากการสอบถามลูกหาบที่มีวิถีชีวิต ทำมาหากินกับป่ากับภูกระดึงมา 20 ปี โครงการเริ่มเมื่อไร คงต้องมีเหตุผลมาหักล้างกันอย่างหนัก (ไม่อยากจะบอกว่าเกิดการต่อต้านจากประชาชนแน่นอน) หลังจากพูดคุยแล้วเดินไปชม ตู้รับอาสาสมัคร จุดรับของขึ้นภูพร้อมลูกหาบ ประตูหน้าด่านก่อนขึ้นภูกระดึง ดูระบบระบายน้ำเสียตีนภู เตาเผาขยะจากไฟ เตาเผาขยะจากน้ำมัน สถิติการใช้เตาเผาขยะจากไฟ เริ่มเก็บสถิติปี 2543 จำนวนประมาณ 8 ตัน ปี2544 จำนวน 10 ตัน ปี2545 จำนวน 15 ตัน และในปีงบประมาณ 2546 จำนวน 4 เดือน ขยะ 27 ตัน จากสถิติจะเห็นว่า จำนวนขยะเพิ่มขึ้นอย่างมากในแต่ละปี ส่วนสถิติการใช้เตาน้ำมันเผาขยะนั้นไม่มี เพราะไม่ได้ใช้ ไม่คุ้มค่าถามเจ้าหน้าที่ว่าน้ำมันดีเซล 20 ลิตร เผาได้นิดเดียวไม่กี่กิโลกรัม จึงไม่ได้จดสถิติแถมยังมีน้ำมันที่เกิดจากการเผาถุงพลาสติก เป็นยางเหนียวติดที่อุปกรณ์ต้องเสียเวลาล้างแคะอีก มีหน่วยงานหลายหน่วยโดยเฉพาะ อบต. มาขอดูงานเรื่องเตาเผาน้ำมัน เจ้าหน้าที่อุทยานก็ได้แต่ชี้แจงข้อเท็จจริงไป ผู้อ่านท่านใดที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการอนุมัติเตาเผาขยะ ไม่ว่าไฟฟ้า หรือน้ำมัน กรุณาทบทวน และตรวจสอบให้ดีด้วย ไม่เช่นนั้นจะไปวางเป็นอนุสาวรีย์ร้างอยู่กลางป่า เอาไว้คุยเมื่อมีคนไปดูงานเท่านั้น ก่อนล่ำลาเจ้าหน้าที่อุทยานก็มีการมอบเอกสาร การรักษาสภาพแวดล้อมให้กับเจ้าหน้าที่อุทยาน และขอบใจที่ให้การต้อนรับ โดยเฉพาะไม่ขอรับค่าที่พัก ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยาน บอกว่า ขอบคุณคณะมาก ที่มาจุดประกายการทำงานให้เกิดขึ้น เท่าที่ผ่านมาได้ต่อสู้ในเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยตนเองและเจ้าหน้าที่อุทยานตามลำพัง 2 ปีที่ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานมาทำงานที่นี่ ก็มีพวกเราเพียงคณะเดียว เท่านั้นไม่มีภาครัฐ ภาคเอกชน หรือองค์กรใดมาช่วยคิด ช่วยทำ การเสียสละมาเยี่ยมชมของพวกเราครั้งนี้ เป็นพระคุณอย่างใหญ่หลวง พวกเรานี่ แทบจะลอย สุดปลาบปลื้ม บอกแล้วว่าเป็นคณะเล็ก ๆ แต่ความยิ่งใหญ่มันมีอยู่ในตัว ออกจากอุทยานแห่งชาติภูกระดึงแวะไปรับประทานอาหารกลางวันที่บ้านผานกเค้า ริมทางหลวง ชุมแพ – เลย ที่นั้นจะมีภูเขา มีหน้าผา มองดูแล้ว เหมือนนกเค้าแมว ยืนอยู่ ไปถามว่าเดี๋ยวนี้ทำไมไม่เหมือน ผู้รู้ตอบว่า กาลเวลาเปลี่ยนแปลงไปบนยอดภูที่เหมือนหัวนกเค้าแมวนั้น ถูกฝนชะ กัดกร่อนมาเป็นพันๆ ปี พังถล่ม หักหายไป จึงตีความยากหน่อย แวะร้านเจ๊กิม ผู้บุกเบิกร้านอาหารร้านแรกบนภูกระดึง และเป็นร้านแรกบนถนนสายนี้แห่งนี้ เมื่อมีบ้านอยู่ 4 หลัง เมื่อ 40 ปีก่อน เมื่อไปถึงเชิญเจ๊กิม ซึ่งอายุเกือบ 70 ปีแล้วมาพูดคุย ได้ทราบประวัติศาสตร์ในอดีตเยอะเลย คุ้มค่าจริงๆ และอาหารอร่อยด้วย เจ๊กิมยังสนับสนุนใครขนขึ้นต้องจ่าย
ออกจากผานกเค้า มุ่งสู่กิ่งอำเภอวังหิน จังหวัดเลย เพื่อไปชมป่าหิน แหล่งท่องเที่ยวคุนหมิงเมืองไทย พอเข้าเขตเขาฝนฤดูร้อนถล่มลงมาลืมหูลืมตาไม่ขึ้น ได้แต่ขับรถไปถึง แล้ววนกลับเพราะลงไม่ได้ เสียเวลาเดินทางเกือบ 2 ชั่วโมง คณะเดินทางกลับ กรุงเทพฯ สถาบันพระปกเกล้า งดการท่องเที่ยว ชมภูเรือ โรงงานผลิตเบียร์ชาโต เดอ เลย งดการพักแรมแบบ Home Stay เนื่องจากคณะเล็กไป ไม่คุ้มค่า และทุกคนเพลียจากการเดินทาง
มีข้อเสนอแนะ ข้อคิดเห็นของกลุ่มนี้ไปสัมผัสกับหน่วยงานและมีข้อฝากกับเพื่อนๆ ปรม.2 ซึ่งเป็นผู้มีศักยภาพในหน่วยงานปัจจุบัน หรือในอนาคต รวมทั้งภาคธุรกิจด้วย ถ้าสามารถสนับสนุน ช่วยเหลือได้ ก็จะเป็นการคนละไม้ คนละมือ ไม่นิ่งดูดายประเทศไทย พวกเราเป็นเจ้าของทุกคน ไม่ช่วยกันแล้วจะอยู่รอดได้อย่างไร หน่วยงานศูนย์การทหารม้า ผู้บัญชาการศูนย์การทหารม้า นับว่าเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ กว้างไกลมาก ท่านว่าอยู่สระบุรีมานาน เห็นความเจริญเติบโตของหน่วยมาเป็นลำดับ อยากจะสร้างให้ดีขึ้นไปอีก วิสัยทัศน์ คือ ฝึกศึกษาเป็นเลิศ ปลอดยาเสพติด คุณภาพชีวิตที่ดี ในเรื่องคุณภาพชีวิตที่ดี หาผู้ที่เข้าใจยากในเรื่องขยะ หลายคนคิดว่า ขยะ คือของเหม็น เป็นที่น่ารังเกียจ ความจริงแล้ว นี่แหละ คือขุมทอง หัวใจของขยะรีไซเคิล ตัวจักรสำคัญที่สุด คือ ผู้แยกขยะ คล้ายผู้ตีราคาของในโรงรับจำนำ ลำดับต่อมา คือ อุดมการณ์ ของผู้ปฏิบัติและความเข้าใจของลูกค้า(ผู้เก็บขยะ) ในเรื่องขยะชีวภาพซึ่งอยู่ในระหว่างการทดลอง กรมรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะส่งเอกสาร หรือส่งเจ้าหน้าที่มาอบรมให้เมื่อมีโอกาส ในเรื่องอื่น ๆ ถ้าหน่วยงานกรมใด จะมีการอบรมในเรื่องการพัฒนาคุณภาพชีวิต กรุณามอบยอดให้กับศูนย์การทหารม้าเพื่อส่งแกนนำเข้ารับการอบรม หรือหากจะมีการนำร่อง หรือมีโครงการจะทดลอง สามารถนำมาลงในพื้นที่ศูนย์การทหารม้าได้
1. การใช้พลังลูกหาบ ซึ่งเป็นพลังเงียบ มาเป็นพวกจากแนวหลังขึ้นมายืนแนวหน้า มีการแข่งกันในเรื่องการรักษาสภาพแวดล้อม ประกาศชมเชยประกาศเกียรติคุณ แจกใบประกาศเป็นรายเดือน รายปี มีบอร์ดชมเชย อาจมีเสื้อทีม คำขวัญจะเป็นการเร้า โน้มน้าวจิตใจลูกหาบ รวมทั้งความร่วมมือจากผู้เข้าท่องเที่ยว เมื่อ 2 เม.ย.46 คณะได้ไปหารือกับบริษัท โทเทิล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (DTAC) ซึ่งมีนโยบายในเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่ให้เขียนโครงการของภูกระดึง เพื่อขอรับการสนับสนุนในเรื่องป้าย เรื่องบอร์ด เรื่องเสื้อ หรืออื่นๆ ซึ่งจะดำเนินการต่อไป
2 เพิ่มศักยภาพของผู้ที่ทำงาน สัมผัสกับอาสาสมัครพิทักษ์ภูกระดึง ย้ายที่ทำงานไปอยู่ใกล้กับปากทางขึ้น เจ้าหน้าที่ที่ทำงานเกี่ยวกับขยะต้องแต่งกายสะอาด เป็นเครื่องแสดงออกว่าอุทยานจริงจังกับเรื่องขยะ สมุดทะเบียนของอาสาสมัคร ลงรายละเอียดให้ครบว่า อาสาสมัครที่สมัครไว้นำลงมาเท่าใด วันใด เล่มเดียวกัน เพื่อลดงานซ้ำซ้อน และง่ายต่อการตรวจสอบ ทำสถิติ รายงานผู้ลงนามในใบประกาศเกียรติคุณควรเป็นหัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึง เป็นข้อเสนอแนะของผู้เขียนโดยเฉพาะ ขยะที่คัดแยกแล้ว จะให้อาสาสมัครขนลง หากนำไปวางไว้ที่ทางลงเขา ตรงหลังแป จะจูงใจให้อาสาสมัครถือลงดีกว่าการให้อาสาสมัครถือจากที่บริการนักท่องเที่ยวบนยอดภูกระดึง และหากได้ซอยย่อย ขนาดของขยะให้เล็กลง เช่น ขวดน้ำ จะทำให้น่าถือยิ่งขึ้น
3. การขอความร่วมมือร้านค้า ลดขยะจากร้านทางบรรจุภัณฑ์ ต้องเอาลงมา ขวดแก้วต้องห้าม โดยอาจมีมาตรการ เสียค่ากำจัดขยะตั้งแต่ต้นทางตามน้ำหนักที่ขึ้น ปัจจุบันไม่ได้ควบคุมร้านค้า สิ่งของร้านค้านำขึ้นไปได้อย่างเสรีไม่จำกัดน้ำหนัก
4. นักท่องเที่ยว ขยะขึ้นไปเท่าใด ต้องนำลงมาเท่านั้น อาจต้องเสียค่ากำจัดขยะรวมกับค่าธรรมเนียมในการขึ้นเขา
5. ควรห้าม ขวดน้ำที่มีลิ้นหลุดออกมาในการเปิด เพราะลิ้นเล็กๆ นี้ไม่ทราบผู้ใดจะเป็นผู้เก็บ หลอดกาแฟควรห้ามขึ้นบนภูกระดึง ยากแก่การเก็บทำลายเช่นกัน ขวดน้ำควรเป็นขวดเพชร เพราะมีราคา นำกลับมา Rycycle ได้ดี กระป๋องเครื่องดื่ม ควรเป็นแบบ Stay on Top (SOT) ไม่ขาดหลุดออกจากกระป๋อง ซึ่งระเบียบ มาตรการ อุทยานสามารถกำหนดเองได้ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงการพัฒนารายได้ของการรถไฟ ท่านกล่าวว่า ระเบียบ หรือกฎหมาย ข้อใดไม่ทันสมัย ก็ให้แก้ไขได้ให้ทันกับสถานการณ์
6. การลดปริมาณขยะให้เล็กลง เช่น ขวดน้ำพลาสติก มีการตัดย่อยให้เล็กลง เพื่อสะดวกต่อการขนย้าย
7. การทำระบบน้ำเสีย พื้นที่อุทยานตีนภูกระดึง ในระหว่างทำโครงการของบประมาณอยู่นี้ ให้ใช้วิธีทางธรรมชาติ สร้างสายน้ำเสียให้ยาวขึ้นจากแหล่งน้ำดี ปลูกต้นไม้ช่วยในการกรอง เช่นพุทธรักษา ส่วนงบประมาณท่านหัวหน้าคณะ บอกว่าจะใช้ตำแหน่งที่มีอยู่ประสานให้ต่อไป
8. เรื่องเตาเผาขยะ ควรงดเผาขยะที่เป็นพลาสติกโดยเด็ดขาด นอกจากเป็นห่วงเรื่องสุขภาพ เจ้าหน้าที่ของอุทยานที่ทำหน้าเผาขยะแล้ว ยังทำให้สภาพแวดล้อม อากาศเสียอย่างมาก ควรคัดแยกขยะพลาสติกให้ อบต.ดำเนินการโดยเสียค่าใช้จ่ายให้ โอกาสต่อไปจะนำเรื่องไปรายงานให้เจ้าหน้าที่ในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงมาศึกษาและหาวิธีการช่วยเหลือต่อไป
9. ก่อนฤดูท่องเที่ยวภูกระดึง ควรประชาสัมพันธ์ล่วงหน้าทุกสื่อ เช่น โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ สื่อชาวบ้าน ถึงข้อควรปฏิบัติ ข้อห้ามของนักท่องเที่ยว ในการท่องเที่ยวภูกระดึง นักท่องเที่ยวจะได้เตรียมตัว ได้ทราบแต่เนิ่น ๆ ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมจะได้ลดลงไป
....................................................

กลุ่ม กรณีศึกษา
การรักษาธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
หลักสูตร การบริหารงานภาครัฐและกฎหมายมหาชน รุ่นที่ 2
สถาบันพระปกเกล้า
1. นางนิศากร โฆษิตรัตน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประธาน
2. นายวินัย เสนเนียม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา รองประธาน
3. นางมัทนา หอมละออ เลขานุการสมาคมสร้างสรรค์ไทย เลขานุการ
4. นางสุทัศนีย์ สืบวงศ์แพทย์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการวางแผน สง.ปลัดกระทรวงแรงงาน
5. นายชาญชัย ภาวสุทธิการ รองผู้อำนวยการสำนักสวัสดิการสังคม กทม.
6. นายพิชัย ไชยพจน์พานิช ผู้อำนวยการสำนักผังเมือง กทม.
7. นายไพฑูรย์ หิรัญประดิษฐ์ หัวหน้ากลุ่มงานการผลิตรายการประชาสัมพันธ์ของรัฐ กรมประชาสัมพันธ์
8. พันเอก(หญิง)จีรวรรณ พรหโมบล ผู้อำนวยการกองพยาบาล โรงพยาบาลอานันทมหิดล
9. รศ.ศิริจรรยา เครือวิริยะพันธ์ อาจารย์สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯ
10. นายโกวิทย์ คันธาภัสระ กรรมการผู้จัดการบริษัท GE Power System
11. นางสายใจ ลิ้มทองกุล รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์
12. นายสมบูรณ์ ทองบุราณ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดยโสธร
13. พันเอกธงชัย ตระสินธุ์ ฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา ผู้บันทึก โทร.081-878-5888
................................................
edit @ 2006/11/02 13:11:14
#1 By sobowhun (222.123.162.27) on 2007-06-07 19:37