รู้จักกับงานมหกรรมพืชสวนโลก เฉลิมพระเกียรติฯ Royal Flora Ratchapuek 2006
posted on 31 Oct 2006 15:39 by moosing in Tour-Of-Thailand

Prepare ราชพฤกษ์ 49
รู้จักกับงานมหกรรมพืชสวนโลก เฉลิมพระเกียรติฯ
งานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในโอกาสครองสิริราชสมบัติ ครบ 60 ปี ในปี 2549 นี้ รัฐบาลไทย โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมวิชาการเกษตร สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย จัดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2549 31 มกราคม 2550 เป็นเวลา 3 เดือนเต็ม เป็นมหัศจรรย์แห่งการเฉลิมฉลองครั้งสำคัญของแผ่นดิน ผู้เขียนมีโอกาสดีได้เดินทางไปราชการที่จังหวัดเชียงใหม่ ในห้วง 13-14 กันยายน 2549 ก่อนงานมหกรรมพืชสวนโลก จะเปิดเป็นทางการ มีโอกาสดี ได้เข้าไปชมบริเวณจัดงาน ซึ่งอยู่ในระหว่างดำเนินการทั้งในด้านการก่อสร้าง การเตรียมสถานที่ การตกแต่ง การจัดระเบียบต่างๆ ต้องใช้เวลามากกว่าการจัดการแสดงปกติ เนื่องจากสิ่งที่แสดงส่วนใหญ่คือพืชต้องเตรียมปลูกหรือพื้นที่ล่วงหน้าหลายเดือน ไม่เหมือนกับการแสดงนิทรรศการอื่นๆ อยากจะเล่าสิ่งที่ได้พบเห็น เป็นข้อมูลเสริมการประชาสัมพันธ์ ซึ่งคณะกรรมการจัดงานได้ประชาสัมพันธ์ล่วงหน้าไปบ้างแล้ว เสริมความเข้าใจ และรูปแบบของงาน เพื่อความสนุกสนาน ความเพลิดเพลิน ความรู้ เป็นการอุ่นเครื่อง ก่อนที่ท่านจะได้เดินทางไปชม
การเดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่ เข้าใจว่าหลายๆ ท่านที่ได้อ่านสารฉบับนี้ส่วนใหญ่ ได้เดินทางไปยลเชียงใหม่ แล้ว นอกจากเป็นเมืองใหญ่รองจากกรุงเทพมหานคร ยังเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของจังหวัดทางภาคเหนือตอนบน เรียกว่าดินแดนล้านนา อยากดูธรรมชาติ ภูเขา สัมผัสอากาศอันหนาวเย็นวัฒนธรรมชาวล้านนา ชีวิตชาวเขา ให้ไปเชียงใหม่ อยากเที่ยวทะเล นอนหาดทรายเดินทางไปภาคใต้ ทั้งด้านอ่าวไทย และทะเลอันดามัน มหกรรมพืชสวนโลกเป็นกิจกรรมหนึ่งในหลายกิจกรรมที่ประเทศไทยได้จัดขึ้น จัดในห้วงฤดูหนาวอากาศเย็นสบาย ที่ตำบลแม่เหี๊ยะ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ในพื้นที่ติดกับ Night Safari มีเนื้อที่ 470 ไร่ เส้นทางเดินโดยรอบ 7.2 กิโลเมตร
กว่าจะเป็นเจ้าภาพจัดมหกรรมพืชสวนโลกได้ ต้องมีการประชุมวางแผน และขอเป็นเจ้าภาพ มีสมาคมพืชสวนโลกรับรอง มีระเบียบหรือกฎของสมาคมอยู่ว่า มีระยะเวลาในการจัดงานไม่ต่ำกว่า 3 เดือน มีพื้นที่อย่างน้อย 250 ไร่ และมีประเทศต่างๆ เข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่า 10 ประเทศขึ้นไป ในการขอเป็นเจ้าภาพของประเทศไทย เข้าหลักเกณฑ์ทุกอย่าง เป็นการจัดมาตรฐาน A1 พื้นที่ 470 ไร่ มีประเทศต่างๆ เข้าร่วมกิจกรรมนำต้นไม้พืช มาแสดง 31 ประเทศ และประเทศไทยกำหนดเวลาการแสดงตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2549-31 มกราคม 2550 รวมเวลา 92 วัน(3 เดือน) และมีองค์กร B.I.E.(Bureau International Exposition) เป็นองค์กรเอกชนที่รับรองมาตรฐานในการแสดง ซึ่งนานาชาติเชื่อถือ ถ้าในประเทศไทยเปรียบเทียบได้กับ Grammy ซึ่งถ้าจัดการแสดงแล้วทุกคนยอมรับ ฉะนั้นจึงมั่นใจได้ว่าการจัดมหกรรมพืชสวนโลกในครั้งนี้ ของประเทศไทย เมื่อประชาสัมพันธ์ออกไปว่า B.I.E. รับรอง ชาวต่างชาติจะรู้ดีถึงมาตรฐานการเตรียมการในปัจจุบัน บริษัท ช.การช่าง เป็นผู้เตรียมการ การก่อสร้าง และสาธารณูปโภค Land Scape โดยสวนนงนุช Organizer คือ บริษัท Reed Tradex และกรมวิชาการเกษตร การเดินทางไปชมงานพืชสวนโลก ออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ ไปตามเส้นทางที่ผ่านสนามบินนานาชาติ เชียงใหม่(ไปทางทิศใต้) ตามเส้นทางเลียบคลองชลประทานเชียงใหม่ - หางดง ออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 8 กม. เลี้ยวขวาเข้าเส้นทางเดียวกับ Night Safari จะถึงทางแยกซ้ายไป Night Safari ขวาไปงานมหกรรมพืชสวนโลกซึ่งไม่ต้องหนักใจ การประชาสัมพันธ์และป้ายเส้นทาง มีบอกอย่างแน่ชัดเหมือนกับ การประชาสัมพันธ์เส้นทางไปสนามบินสุวรรณภูมิ ไปตามเส้นทางริมคลองชลประทาน จังหวัดเชียงใหม่ กำลังปลูกไม้เลื้อยประเภทไม้ดอกตั้งวางกระถางอยู่ตามราวรั้วริมถนน เมื่อถึงวันเปิดงานคงจะสวยงามมากถึงลานจอดรถ สามารถจอดรถบัสได้ถึง 200 คัน และรถปิคอัพ รถเก๋ง ได้ 2,400 คัน ได้ข่าวว่า คณะกรรมการจัดการจราจร จะไม่ให้รถ Bus และรถส่วนตัววิ่งเข้าไปจอด เพราะจะเป็นปัญหาในการจัดการจราจรมาก คณะกรรมการจะจัด Shuttle Bus วิ่งรับส่ง จากในตัวเมือง โดยกำหนดที่จอดรถส่วนตัว เช่น สนามกีฬา 700 ปี เชียงใหม่ เป็นต้น เมื่อจอดรถ หรือลงรถแล้วมีทางเข้าคล้ายๆกับ ทางเข้าสวนสนุกใหญ่ๆ เนื่องจากบริเวณนี้เป็นทั้งทางเข้าและทางออกจะมีร้านอาหารไว้ต้อนรับ เป็นของ เบียร์สิงห์ และโออิชิ ด้านซ้ายทางเข้าเป็นที่ทำงานของหน่วยงาน Nursary ดูแลต้นไม้และตรวจต้นไม้ที่นำมาแสดงต้องปลอดโรคอย่างแท้จริง ยกตัวอย่าง เช่น ปาล์ม Australian Bottle tree 5 ต้น (ราคาต้นละ 5 แสนบาท) ที่ปลูกเด่นสง่าก่อนเข้าพื้นที่จัดงาน เขาเล่าว่า การเคลื่อนย้ายต้องบรรจุใน Container ยาวขนาด 12 เมตร พอดี และต้องล้างดินที่รากออกให้หมด ตรวจแล้วไม่มีดินติดมา ไม่มีเชื้อโรค ก็นำลงปลูกในหลุมที่เตรียมไว้ กว่าจะฟื้นตัวเห็นสวยงาม เช่นทุกวันนี้ต้องใช้เวลาหลายเดือน อุ่นเครื่อง ด้วยอาหารแล้ว อย่าลืมซื้อน้ำติดตัวไปด้วย เพราะไม่ทราบว่า ในระหว่างที่เดินอยู่มีซุ้มขายน้ำหรือเปล่า แนะนำการแต่งกายเสียตอนนี้เลย รองเท้าที่ใช้ควรเป็นรองเท้าที่เดินสบาย เช่นรองเท้าผ้าใบ รองเท้าส้นสูง ส้นแข็งไม่แนะนำ เสื้อผ้าที่สวมใส่ แบบลำลองเดินได้ 6-8 ชั่วโมง ร่มหรือหมวกกันแดดเตรียมไปด้วย กล้องถ่ายภาพขาดไม่ได้อย่างเด็ดขาด พร้อมแล้วเดินกันต่อไป ไม่มีรถกอล์ฟ ไม่มีรถพ่วงให้นั่ง หรือถ้ามีก็ต้องเดินลงไปดูอยู่ดี วนขวาทวนเข็มนาฬิกามาสวนเฉลิมพระเกียรติประเภท องค์กร ส่วนราชการ อาทิ TOT ปตท. ธนาคารกรุงไทย การประปานครหลวง การไฟฟ้าฝ่ายผลิต ธกส. จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กรุงเทพมหานคร บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น ซีพี เป็นต้น มี 22 องค์กร ต่อด้วย สวนนานาชาติภายนอกอาคารส่วนใหญ่เป็นประเทศที่มีราชวงศ์มาร่วมด้วย 31 ประเทศ อาทิ ประเทศญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม สเปน ตุรกี บัลกาเรีย ปากีสถาน ซูดาน จีน เป็นต้น แสดงภายนอกอาคาร 25 ประเทศ แสดงภายใน 8 ประเทศ(บางประเทศแสดง 2 แห่ง) ส่วนขององค์กร และประเทศต่างๆ ใช้งบประมาณของตนเอง เพื่อเฉลิมพระเกียรติ เป็นเงินประมาณ 800 ล้านบาทรัฐบาลไทย ใช้งบประมาณในการดำเนินการทั้งสิ้นประมาณ 2,300 ล้านบาท รวมแล้วงานมหกรรมพืชสวนโลกใช้งบประมาณ จำนวน 3,100 ล้านบาท พื้นที่ของประเทศต่างๆ จะแบ่งพื้นที่ตามขอบวงกลมด้านนอกและด้านในตรงกลางเป็นถนน วงกลมให้เดินเข้าชมสวนได้ทั้ง 2 ด้าน แต่ละประเทศอยู่ในระหว่างเตรียมการยังไม่เห็นความสวยงาม และโดดเด่นจะมีพันธ์ไม้ทั้ง 5 ทวีปมาแสดง ทั้งศิลปะการจัดสวน กับสถาปัตยกรรมของประเทศนั้นๆ จุดศูนย์กลางของวงกลมจะมีเวทีในสวน

รายการต่อไป เป็น Highlight ของงานมหกรรมพืชสวนโลกในครั้งนี้ หอคำหลวง เป็นอาคารสถาปัตยกรรมของชาวล้านนา เป็นอาคาร 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 3,000 ตารางเมตร หอคำในอดีตคือที่ปฏิบัติธรรมของเจ้าเมือง ในงานนี้ชั้นบนซึ่งต้องเดินขึ้นบันได 49 ขั้น (ปี 2549) เป็นห้องโถงใหญ่ มีเสาสูงใหญ่ ขนาดคนโอบ สูง 12 เมตร จำนวน 16 ต้น(8 คู่) แต่ละคู่ให้ช่างฝีมือ ของแต่ละเมือง(อำเภอ)ที่ชาวเหนือเรียกสลา วาดลวดลาย ซึ่งจะไม่เหมือนกัน ฝาผนังเป็นภาพ จิตรกรรม ภาพพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่องกษัตริย์นักการเกษตร มีต้นพระศรีมหาโพธิ อยู่ภายในด้านหลังของหอคำ ใบโพธิจำนวน 21,915 ใบ คิดมาจาก 60 ปีx365 วัน+15 วัน(วันอธิกมาศ 4 ปี มี 1 ครั้ง) ผู้ที่เข้าชมงานสมารถบริจาค สร้างใบโพธิใบละ 999 บาท ห้องด้านล่างเป็น นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ ด้านหน้าหอคำจะมีถนน ลาดตรงไปยาวประมาณ 150 เมตร กว้างประมาณ 10 เมตร มีซุ้มเฉลิมพระเกียรติ 30 ซุ้ม ตุ๊กตาหน้าซุ้มละ 2 ตัว รวม ตุ๊กตา 60 ตัว(60 ปี) ซึ่งพิธีเปิดงานจะกระทำพิธีที่หอคำแห่งนี้ คนพิการสามารถเข้าชมงานได้เพราะได้วางแผนอำนวย ความสะดวกต่อคนพิการ ทั้งลาด และลิฟท์ยก บริเวณหน้าหอคำมีเนินทำเป็นรูปหลังเต่า เพราะเห็นว่าเต่าอายุยืน ถ้าผู้ใดไปชมแล้วเห็นเนินดิน มีลายจุดคล้ายลูกฟุตบอลลูกใหญ่ ให้เข้าใจว่า นี่คือ ลายของหลังเต่า ใกล้ๆ กับหอคำจะมีสวนบอนไซ ไม้หอม เรือนไทย 4 ภาค แสดงเรื่องวัฒนธรรม เรือนไทยภาคเหนือ ต้องการให้แดดส่องเข้าไป ส่วนของภาคกลาง ภาคอีสาน การสร้างจะไม่ให้แดดส่อง คือสร้างขวางตะวันออก ตะวันตก เพื่อให้ลมพัดผ่าน ภาคใต้ไม่ได้กำหนดทิศทาง อาคารสมุนไพร อยู่บริเวณนี้
ลานกิจกรรมกลางแจ้ง เป็นลานใหญ่มาก ใช้สำหรับแสดงกิจกรรมมีการแสดงทั้งสิ้น 350 รายการ ใน 92 วัน ใน 1 วัน จะมีการแสดงประมาณ 4-5 รอบ ประกอบด้วยการแสดงของต่างประเทศ และการแสดงของจังหวัดต่างๆ ในประเทศ การแสดงในแต่ละวันจึงไม่ซ้ำกัน หรือซ้ำกันเป็นบางรายการ ผู้ที่สนใจ จะเข้าไปชมรายการใด ต้องหาข้อมูลจาก Internet หรือสื่อการประชาสัมพันธ์อื่น เลือกรายการและเลือกวันเข้าชม ซึ่งจำกัดคนเข้าชมได้วันละ 2-3 หมื่นคน เสาร์อาทิตย์อาจถึง 1 แสนคน มีห้องน้ำในบริเวณจัดงานบริการ 700 ห้อง แยกเป็นชาย 60% หญิง 35% คนพิการ 5%
อาคารพืชเมืองหนาวปรับอุณหภูมิ 12 องศา อาคารพืชไม่ใช้ดินอาคารพืชทะเลทราย นิทรรศการกล้วยไม้ของสมาคมกล้วยไม้แห่งประเทศไทย ที่ปลูกผลไม้ปลูกยากที่เชียงใหม่(เงาะ มังคุด ทุเยน ส้มโอ) ศูนย์รวมพืชที่เป็นผลไม้ในประเทศไทย สวนราชพฤกษ์ ที่จะให้ต้นราชพฤกษ์ออกดอกในเดือนพฤศจิกายน 2549 เป็นต้นไป ศูนย์เรียนรู้แมลงในประเทศไทย ต้นไม้ประจำจังหวัดบนแผนที่ประเทศไทย ขนาดใหญ่ จำนวน 76 ต้น และที่ยิ่งใหญ่ คือลานไม้ดอก ซึ่งต้องใช้ไม้ดอกนำมาประดับในพื้นที่ตลอดงาน จำนวน 1 ล้าน 8 แสนต้น โดยหมุนเวียน เดือนละ 6 แสนต้น
ที่แสดงพืชสวนอีก 2 แห่งที่ผู้เข้าชมพลาดไม่ได้อย่างเด็ดขาดคือ โดมพืชปรับความชื้น 28องศาเซลเชียส ความต้องการคือให้คนภาคเหนือเห็นพืชของคนภาคใต้ ต้นไม้ที่เป็นพระเอกในงานคือ Wallaby pine ซึ่งนำมาจาก ฟอสซิลในจีน เมื่อ 250 ล้านปีก่อน และนำไปวิจัย และปลูกในประเทศออสเตรเลีย ข่าวว่าเป็นอาหารของไดโนเสาร์ โดมปรับความชื้นนี้ ปรับอุณหภูมิโดยใช้น้ำเป็นสเปรย์ ปล่อยเพื่อรักษาอุณหภูมิ หากน้ำยังเย็นไม่พอ มีพัดลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.5 เมตร อีก 32 ตัว ช่วยพัดควบคุมโดยเครื่องอีเลคทรอนิคส์ เส้นทางเดินภายในโดม ใช้ไม้หมอนรถไฟ อีก 1 แห่งคือ อาคารพืชในร่มเป็นพืชในเส้นศูนย์สูตร พวกมอส เฟริน เมื่อผู้เขียนเข้าชมได้พบ คุณ กัมพล ตันสัจจา Boss ใหญ่ ของสวนนุงนุช ลงมือปลุกปล้ำด้วยตนเองในชุดชาวสวน ขาสั้น เสื้อเชิ้ต หมวกปีก ภายในจะนำโครงเหล็กมาขึ้นรูปเป็นต้นไม้ และหุ้มด้วยใยของต้นปาล์ม ซึ่งยาวกว่าใยของกาบมะพร้าว เหมือนต้นไม้ใหญ่มาก และนำพืชพันธ์ไม้ต่างๆ มาปลูก มาเกาะต้นไม้ ทำ Step สูงประมาณ 2-3 เมตร เป็นบันไดทอดยาว คล้ายสะพานแขวน แต่ตั้งอยู่บนเสามั่นคงแข็งแรง ให้ผู้เข้าชมงาน ได้เดินดูพันธ์ไม้ ในระดับสายตาไม่ต้องแหงนหน้าชมภายในชมได้ 200 คน ถ้านับบนสะพานอีก ประมาณ 100 คน จะรวมเป็น 300 คน ซึ่งผู้เขียนคาดว่าจะเป็นพื้นที่ที่มีผู้คนเข้าชมมาก เป็นปัญหาในการเข้าชมอีกแห่งหนึ่ง และที่ยังไม่แล้วเสร็จอีก 3 อาคารที่ผู้เขียนไม่ได้เข้าชมคือ สวนนานาชาติ ภายในอาคาร นิทรรศการแสดงพันธ์ไม้ภายในอาคาร และอาคารขยายพันธ์ไม้โดยใช้เนื้อเยื่อ ซี่งอยู่ในระหว่างเตรียมการ
ข้อแนะนำในการเตรียมการเข้าชมของผู้ที่สนใจ การเตรียมการเรื่องเครื่องแต่งกายได้แนะนำไปแล้ว เวลาที่ใช้ในการเข้าชม ดูอย่างผ่านๆ ใช้เวลา 4 ชั่วโมง ถ้าดูอย่างได้สาระต้องใช้เวลา 6-8 ชั่วโมง เปิดให้เข้าชมเวลา 0900 2000 นาฬิกาทุกวัน เพื่อความสะดวกในการเข้าชม ขอแนะนำให้ท่านได้สำรองที่พัก การเดินทาง และบัตรชมงานได้ตั้งแต่วันนี้ ในแต่ละวันกำหนดเปิดรับผู้เข้าชมจำนวนจำกัด หาข้อมูลได้จาก www.RoyalFloraExpo.com ค่าเข้าชมงานผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก/ผู้พิการ/คนชรา 100 บาท เข้าชมงานไม่จำกัดจำนวนครั้ง ผู้ใหญ่ 800 บาท เด็ก/ผู้พิการ/คนชรา 400 บาท บัตรเข้าชมงานเป็นหมู่คณะ ผู้ใหญ่ 150 บาท เด็ก/ผู้พิการ/คนชรา 50 บาท เป็นราคา ณ เคาน์เตอร์จำหน่ายบัตรหน้างานถ้าท่านซื้อบัตร ณ จุดจำหน่ายล่วงหน้า นอกบริเวณงานลด 50% ทุกรายการ ราคาบัตรจำหน่ายล่วงหน้าลดราคาลงครึ่งหนึ่ง คณะกรรมการต้องการให้ผู้เข้าชมได้วางแผนเพื่อกำหนดจำนวนคนที่เข้าชม หากท่านเปิด Internet ดูข้อมูลจะกำหนดสีของผู้เข้าชม ถ้าสีแดง มีคนเข้าชมมากไม่ควรเดินทางเข้าชม สีเหลืองมีคนเข้าชมปานกลางพอที่จะเดินทางเข้าชมได้ ถ้าสีเขียวเดินทางไปเข้าชมได้ จำหน่ายบัตรล่วงหน้าที่ใด หาข้อมูลเอาเอง ข้อแนะนำเพิ่มเติมคือ วางแผนเดินชมนิทรรศการพืชสวนโลก ให้ถึงเวลาอาหารเย็น รับประทานอาหารเย็นในบริเวณจัดงาน และเข้าชม Night Safari ที่อยู่ข้างเคียงในคราวเดียวกันเป็น Two in One สวนสัตว์กลางคืน ค่าเข้าชม 250 บาท/คน เริ่มเดินเข้าชมได้เวลา 1730 นาฬิกา เริ่มนั่งรถพ่วงเวลาประมาณ 1900 นาฬิกา
ต้องขอบคุณ พลโท ยุทธพงษ์ พวงทอง ที่ปรึกษาโครงการมหกรรมพืชสวนโลก ที่กองบัญชาการทหารสูงสุด มอบหมายให้ไปประสานงาน โครงการก่อสร้างได้เป็นผู้บรรยาย และให้การต้อนรับคณะของผู้เขียน ให้รายละเอียดอย่างดียิ่ง และยังได้พาผู้เขียนไป เยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์แห่งความทรงจำ เป็นพิพิธภัณฑ์ส่วนตัว อยู่ที่บ้านแม่เหี๊ยะ ห่างจากบริเวณจัดงานพืชสวนโลก 2-3 กิโลเมตรเท่านั้น เป็นพิพิธภัณฑ์ที่สร้างขึ้นสำหรับบุตรสาวผู้ที่จากไป แรงบันดาลใจจากลูกสาวขณะป่วย ได้ไปอ่านพบว่าถ้าพับนก แล้ว อาการป่วยจะหายได้ มาบอกแม่ให้ช่วยพับนก แต่ไม่อาจยื้อชีวิตอยู่ได้ ลูกสาวจากไปเมื่ออายุ 13 ปี ถ้ามีชีวิตอยู่ปัจจุบันเบญจเพศพอดี และเพื่อลูกชายที่ยังมีชีวิตอยู่ ได้เก็บภาพและของที่ระลึกในอดีตเป็นความทรงจำที่ดียิ่ง รายการเฉียบได้มาจัดรายการแนะนำมหกรรมพืชสวนโลก ได้ไปชมพิพิธภัณฑ์แล้ว ต้องรีบแจ้งให้ทีมงานมาทำสกู๊ปข่าวออกรายการเผยแพร่ ผู้เขียนแนะนำถ้ามีโอกาสขอให้ไปแวะชมได้ เจ้าของพิพิธภัณฑ์คือ คุณเขียว(สามี) และ คุณ นุช(ภรรยา) ยินดีต้อนรับ เบอร์โทรศัพท์ที่ผู้เขียนแอบจดมา 08.1883.6922 ทดลองติดต่อไป ไม่มีเก็บค่าเข้าชมโดยเฉพาะแม่บ้าน ไปดูตัวอย่างการจัดบ้าน และความตั้งใจของแม่คนหนึ่ง นั่งตกแต่งจัดเสื้อผ้าให้ตุ๊กตาได้ 1,000 กว่าตัว ทั้งทรงผม ทั้งเครื่องแต่งกาย ออกแบบชุด และตัดเย็บเอง ทุกตัวมีชื่อ มีวันเกิด เพื่อความระลึกถึงลูกสาว นอกจากนี้ยังมีสิ่งของอื่นๆ อีกหลายพันชิ้นน่าทึ่งมาก
รู้จักกับงานมหกรรมพืชสวนโลกที่ผู้เขียนเกริ่นมานี้ ให้ผู้ที่ได้อ่านผ่านสายตาเป็นข้อมูลขั้นต้นเมื่อเข้าชมงาน รายละเอียดอาจไม่ถูกต้อง และไม่ครบไปทั้งหมด เพราะผู้เขียนใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงในการเข้าชม การก่อสร้าง การเตรียมการต่างๆ ก็ยังไม่แล้วเสร็จ มั่นใจว่าเมื่อถึงเวลาจริง มหกรรมพืชสวนโลก เฉลิมพระเกียรตินี้จะเป็นงานที่สร้างชื่อให้กับประเทศไทย อย่างดียิ่งงานหนึ่ง
------------------------------------------------------
หมู่สิงห์ บันทึก 26 ก.ย.49

#1 By (202.183.235.3 /10.104.100.103) on 2006-11-01 14:48